Web Blog การเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ประกอบการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ (สาระเพิ่ม) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ส 22102 และ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ส 23102 ในการฝึกทักษะเรียนรู้พื้นฐาน การจัดการความรู้ ทักษะภาษาดิจิตอล ทักษะการรู้คิดประดิษฐ์สร้าง ทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การสื่อสารที่มีประสิทธิผล ทักษะการสืบค้น ฯลฯ เพื่อพัฒนาไปสู่ทักษะความรู้ที่มุ่งหวังของหลักสูตร โรงเรียนมาตรฐานสากล 6 ประการ ประกอบด้วย (1) ทักษะการเรียนรู้ Learning Skills (2) ทักษะการคิด Thinking Skills (3) ทักษะการแก้ปัญหา Problerm Skills (4) ทักษะชีวิต Life Skills (5) ทักษะการใช้เทคโนโลยี Technology Skills (6) ทักษะการสื่อสาร Communication Skills ทฤษฎีระบบการเรียน KM (Knowlead Maneagement) โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม (Word Class Standard)

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

http://www.blogger.com

เครือข่ายสังคมออนไลน์ สำหรับนักจัดการความรู้ ที่สามารถแบ่งปันความคิด ความเป็นเลิศทางวิชาการ รูปภาพและอื่นๆ อีกมากมายที่เว็บไซต์นี้สามารถรองรับการทำงาน ประกอบกับเมนูภาษาไทย ที่ทำให้การทำงานสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น มีแม่แบบให้เลือกเพื่อความสวยงามของเว็บ เว็บนี้ให้บริการฟรี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเว็บของ Google ที่ให้บริการในรูปแบบการจัดการความรู้เหมาะสำหรับครูผู้สอนและผู้เรียน ใช้เป็นเว็บการจัดการความรู้ และใช้เป็นเครื่องมือ การเรียนรู้สังคมออนไลน์ เพื่อจัดการเรียนการสอน

คำชี้แจง

ทักษะการเรียนรู้ Learning Skills




เว็บบล๊อคประกอบการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ ส 22102 ,22104 ระบบการเรียน การจัดการความรู้ KM (Knowlead Maneagement) เพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ ศตวรรษที่ 21 ในโรงเรียน Worl Class Standrad ประกอบด้วย 4 ทักษะพื้นฐาน คือ

  • (1) ทักษะภาษาดิจิทัล
  • (2) ทักษะคิดประดิษฐ์สร้าง
  • (3) ทักษะสื่อสารมีประสิทธิภาพ
  • (4) ทักษะสื่อสารมีประสิทธิผล

พัฒนาสู่ทักษะที่จำเป็นในการเรียนรู้ศตวรรษที่ 21 ขั้นต้น 6 ประการ

  • (1) ทักษะการเรียนรู้ Learning Skills
  • (2) ทักษะการคิด Thinking Skills
  • (3) ทักษะการแก้ปัญหา Problerm Skills
  • (4) ทักษะชีวิต Life Skills
  • (5) ทักษะการใช้เทคโนโลยี Technology Skills
  • (6) ทักษะการสื่อสาร Communication Skill


........การจัดการเรียนการสอนจึงต้องเปลี่ยนไปจากเดิม ครูใช้วิธีการสอนแบบเดิม แบบเล็กเชอร์ไม่ได้ผล กระบวนการต้องจัดให้ลงมือทำ และเรียนรู้แบบย้อนทาง ต้องให้แอกตีฟ และเรียนตามความสนใจให้มากขึ้น

........เป้าหมายของการเรียนรู้มิใช่ ”ตัวความรู้” อีกต่อไป เพราะตัวความรู้นั้นมีมายมายมหาศาล เกินกว่าที่จะสอนให้นักเรียนแต่ละชั้นปีได้ .

........นักเรียนในยุคใหม่มีหนทางค้นหาความรู้ด้วยตนเอง (จากก้อนเมฆ) เป้าหมายของการเรียนรู้อยู่ที่ “ทักษะการเรียนรู้” และ "วิธีการจัดการกับความรู้ "

.......หากผู้เรียนมีทักษะพื้นฐาน และทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ ตามที่กำหนด ก็จะทำให้เกิดระบบและกระบวนการเรียนรู้ในเนื้อหาวิชาต่างๆ เป็นไปด้วยประสิทธิภาพประสิทธิผล ตรงเจตนารมณ์ ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาชาติ "ผู้เรียนเป็นคนดี ผู้เรียนเป็นคนเก่ง ผู้เรียนมีความสุข"


"ยิ่งคิดยิ่งไม่รู้ แต่พอหยุดคิดกลับรู้ แต่ก็ต้องอาศัยความคิดนั่นละจึงรู้"


ถ้าหากเธอใช้จิตของเธอศึกษาสัจจะความจริง

เธอจะไม่สามารถเข้าใจทั้งจิตของเธอและสัจจะความจริง

หากเธอศึกษาสัจจะความจริงโดยไม่ใช้จิต เธอจะเข้าใจทั้งสอง

บุคคลผู้ไม่เข้าใจ ย่อมไม่เข้าใจความเข้าใจ

ส่วนบุคคลผู้เข้าใจ ย่อมเข้าใจความไม่เข้าใจ

บุคคลผู้มีสัมมาทิฏฐิ ย่อมรู้ว่าจิตนั้นว่างเปล่า
เขาอยู่นอกเหนือทั้งความเข้าใจและความไม่เข้าใจ

และการนอกเหนือ ทั้งความเข้าใจ
และความไม่เข้าใจ คือความเข้าใจที่แท้จริง

การเข้าใจในสมมุติและวิมุติอย่างแท้จริงแล้วนั้น

คือผู้ที่ดำรงค์อยู่ท่ามกลางวิหารธรรมตลอดเวลา

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2558

เรื่องราวข้ามภพ ข้ามชาติที่มีอยู่จริง

20150908134117.jpg

  • ชีวิตประจำของคนเราอาจมีความเกี่ยวข้องกับอดีตชาติที่ไม่ค่อยชัดเจนมากนัก บ้างก็มองว่าเป็นเรื่องลี้ลับ บ้างเจอจากการฝัน แต่พอตื่นขึ้นมาก็ไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นเลย แต่ได้เกิดเรื่องราวสุดแปลกขึ้นซึ่ง ครูก้อง ได้เรียบเรียงงานเขียนของลูกศิษย์ชื่ออรวรรณไว้ เป็นคนที่มีความรู้สึกไม่เหมือนคนอื่นๆ บ่อยครั้งเธอจะฝันเห็นคนแปลกหน้า สถานที่และเหตุการณ์เดิมๆ จนเธอคิดว่ามันไม่ใช่เป็นเพียงแค่ฝันอย่างแน่นอน กระทั่งเธอได้เจอรูปถ่ายหมู่สมัยโบราณรูปหนึ่ง(ราวปี 2470) ของเด็กหญิงวัย 13 ปี เธอบอกว่าทั้งหมดคือเพื่อนของเธอและหนึ่งในเด็กสาวบนภาพมีใบหน้าคล้ายตัวเธอมาก
  • และเหตุการณ์ที่สุดทึ่งก็เกิดขึ้น เธอเล่าว่าขณะที่เธอไปวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา มีคนลักษณะคล้ายภาพที่พบก่อนหน้านี้เข้ามาทักชื่อเธอ พร้อมบอกดีใจที่ได้เจอกันอีก เธอจึงมั่นใจว่านี่เป็นเรื่องราวข้ามภพช้ามชาติเมื่อ80ปีที่แล้วกำลังจะเกิดขึ้นจริง. จากเหตุการณ์ดังกล่าว อ. ก้อง ได้นำมาเรียบเรียงเป็นงานเขียนเรื่องราวของอรวรรณขึ้นจำนวน 5 ตอน ดังนี้

ตอน 1 ภพชาติ...
  • อรวรรณ ลูกศิษย์ชั้นม.6 ที่ร.ร.ผม เธอเล่าให้ฟังว่า เธอมักฝันว่าเธอมีเพื่อนหลายคนที่สนิทกันมากในอดีต แล้วเธอจะไปวิ่งเล่นกับเพื่อนสนิทเหล่านี้ที่ริมทะเลเสมอ เพื่อนๆ ในฝันเป็นเพื่อนชั้นประถม 
  • เธอฝันว่าวันหนึ่งไปเดินเล่นกับเพื่อนๆในงานวัดที่ไหนสักแห่ง ภาพเลือนลางจนจำไม่ได้ว่าเป็นวัดอะไร ดูเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันนานมากแล้ว และเหมือนเธอได้ไปที่นั่นมาจริงๆ แต่เพื่อนๆเหล่านี้ไม่มีตัวตนอยู่ในชีวิตจริง 
  • เธอฝันเรื่องนี้ซ้ำๆ จนจำสถานที่และหน้าเพื่อนในฝันได้ทุกคน แต่ไม่รู้ว่าเป็นทะเลที่ไหน วัดอะไร และเพื่อนเหล่านี้คือใคร ฝันบ่อยจนแปลกใจ เล่าให้แม่หรือใครๆ ฟัง เขาก็ว่าเธอย้ำคิดย้ำฝัน เธอจึงไม่เล่าให้ใครฟังอีก เพราะเธอจะกลายเป็นคนย้ำคิดย้ำทำหรือช่างจินตนาการ
  • เมื่อไม่กี่วันมานี้ พ่อเธอได้เงินโบนัสจากการทำงานก้อนหนึ่ง จึงพาครอบครัวไปเที่ยวที่จังหวัดสงขลา เธอได้เล่นน้ำทะเลที่นั่นกับน้องชาย 
  • เธอบอกว่าคล้ายกับทะเลที่เธอวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ในความฝัน แต่เธอคงจินตนาการไปเองอีกแล้วกระมัง เธอเตือนตัวเองอย่างนั้น เธอได้กินอาหารอร่อยกับครอบครัว เที่ยวสนุก เธอมีความสุขมาก

  • ยามค่ำคืนพ่อพาไปเดินเล่นในตัวเมือง เจอร้านถ่ายรูปร้านหนึ่งในจังหวัด เป็นร้านเก่าแก่ ดูโบราณ พ่อจึงพาครอบครัวเข้าร้านเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึก 
  • ในร้านมีรูปเก่าติดข้างฝาหลายรูป เธอสะดุดตากับรูปๆ หนึ่ง จึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ รูปนั้น เธอรู้สึกคุ้นเคยมาก เมื่อเข้าไปยืนที่รูป เธอต้องประหลาดใจกับสิ่งที่ได้เห็น ภาพเก่าโบราณสีขาว-ดำ ในกรอบไม้เก่าๆ แต่ยังอยู่ในสภาพดี มีเด็กสาวน้อย 10 คนยืนถ่ายรูปร่วมกันในร้าน เธอจำเด็กๆ เหล่านั้นได้ดี
  • ทุกคนคือเพื่อนในความฝันของเธอเอง ใช่แน่ๆ และคนที่นั่งทางซ้ายสุด ทำไมเด็กสาวคนนั้นหน้าเหมือนเธอราวกับฝาแฝด ใต้รูปนั้นเขียนไว้ว่าถ่ายเมื่อปี 2470
  • ***ถ้านับจากวันที่ถ่ายรูปจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลา 88 ปี แต่ดูจากรูปแล้วเด็กๆเหล่านี้น่าจะมีอายุราว12ถึง13ปี ซึ่งถ้าเด็กสาวในรูปยังมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน พวกเธอจะมีอายุราว 100 ปีพอดี….

ตอน 2 ภพชาติ...
  • อรวรรณยืนงงกับรูปที่อยู่ตรงหน้าเธอ เธอบอกว่าเธอทั้งงง ทั้งตะลึง สับสนและก็กลัวผสมปนเปกันไปจนพูดอะไรไม่ถูก 
  • เธอรีบดึงแขนพ่อกับแม่แล้วชี้ให้ดูรูป พ่อกับแม่ตะลึงเล็กน้อย แต่ก็พากันหัวเราะและคิดว่าช่างบังเอิญอะไรเช่นนี้….” หน้าลูกโหลจริง ๆ” พ่อกระเซ้าลูกสาว..
  • น้องชายถามเธอว่า ” พี่อรมาถ่ายรูปไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ( ชื่อเล่นของเธอคือ อร )
  • อรวรรณไม่รู้จะบอกพ่อและแม่อย่างไรถึงเรื่องเหลือเชื่อที่เกิดขึ้น จริงสิ…เธอไม่เคยเล่าเรื่องความฝันที่ฝันซ้ำๆเรื่องนี้ให้พ่อหรือแม่ฟังอีกเลย 
  • และที่สำคัญใครจะไปคิดว่า เพื่อนในความฝันของเธอจะมีรูปจริงๆ ที่กำลังอยู่ตรงหน้าเธอในขณะนี้ เธอขออนุญาตพ่อและแม่เพื่ออัดรูปนี้จากร้าน 
  • โดยบอกเหตุผลว่าเธออยากเอาไปอำเพื่อนๆ ที่โรงเรียนว่าเธอเคยอยู่ในภาพนี้เมื่อหลายปีมาแล้ว ไม่ใช่เรื่องยากที่ร้านสมัยนี้ จะสแกนหรือถ่ายแล้วอัดรูปนี้ให้เธอได้ใหม่ แต่ต้องมารับในอีก 2 วัน ซึ่งเป็นวันกลับกรุงเทพฯพอดี
  • อรวรรณบอกว่าเธอสับสนและกังวล..รวมทั้งกลัวอยูบ้างตลอดเวลา แต่ไม่รู้จะบอกใคร จะตัดสินใจเล่าให้พ่อแม่ฟังอีกสักครั้ง พ่อแม่จะเชื่อเธอมั๊ย? รึคิดว่าเธอบ้าไปรึเปล่า? สุดท้ายก็ไม่กล้าบอก ได้แต่เก็บความกังวลและประหลาดใจไว้คนเดียว…
  • ผมรู้สึกสงสารที่อรวรรณพูดถึงเหตุการณ์ในช่วงนั้น นี่คือเด็กคนหนึ่งที่มีความลับสักอย่างที่อึดอัดใจ แต่ไม่กล้าเล่าให้คนในครอบครัวฟัง เพราะเกรงจะถูกกล่าวหาว่าไร้สาระหรือชอบโกหก 
  • เธอเล่าต่อว่า………
  • “อาจารย์ขา…พอช่วงค่ำ หนูขอไปนอนเตียงแม่ แล้วให้น้องนอนกับพ่อแทนค่ะ ” แม่ก็รู้สึกแปลกเหมือนกัน แม่ถามว่าหนูกลัวอะไร หนูก็บอกว่าหนู้รู้สึกแปลกที่ อยากนอนกับแม่ แม่ก็เลยไม่ได้เอะใจในเรื่องนี้ค่ะ
  • อรวรรณไหว้พระก่อนนอนทุกคืน แต่เธอบอกว่าคืนนี้เธอสวดมนต์ยาว และท่องบทแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ และญาติมิตรรวมทั้งเจ้าที่ หรือวิญญาณที่ไม่มีญาติพร้อมๆ กัน 
  • เธอนอนกอดแม่ ซุกตัวใต้ผ้าห่มผืนสวยของโรงแรมไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบ แต่เธอเล่าว่าเธอฝันในคืนนั้นอีกครั้ง…
  • ฝันเห็นเพื่อนๆ เหล่านี้นี่ล่ะ เพื่อนๆ ที่อยู่ในรูปที่ร้านถ่ายรูปร้านนั้น เค้าวิ่งมากอดเธอเหมือนดีใจกันยกใหญ่ เธอเองก็สนุกกับเพื่อนๆ ไปด้วย 
  • คืนนั้นไม่ได้ฝันว่าไปวิ่งเล่นน้ำกัน แต่ฝันว่าเหมือนจากกันไปนานแล้วเพิ่งมาพบกันตามประสาเด็กๆ อีกครั้ง เธอแปลกใจมากที่คืนนี้ฝันไม่เหมือนคืนก่อนๆ 
  • และที่แปลกไปกว่านั้น ในฝันคืนนั้น เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่ม หน้าคมเข้ม…ตาโต…หน้าตาผิวพรรณ แสดงถึงเลือดเนื้อเชื้อไขของคนใต้โดยแท้
  • เพื่อนคนนี้เดินมาจับมือเธอ กอดเธอนานกว่าใครๆ เขากอดเธอหลายครั้ง เธอจำหน้าเพื่อนคนนี้ได้ชัดแจ๋ว เธอคือสาวน้อยหน้าเข้ม ที่ยืนแถวบนริมซ้ายสุดเหนือศรีษะของเธอไปนิดนึงนั่นเอง 
  • ใช่แน่นอน เพื่อนหน้าคมเข้ม ดวงตาลึก นัยน์ตาโศกปนความนิ่งสงบคนนี้ เธอจับมือแล้วพูดกับอรวรรณว่า…
  • ” เอมอร…ฉันดีใจอย่างแรง…ฉันคิดถึงเธอ ” เธอพูดชื่อเอมอรกับประโยคนี้หลายครั้ง
  • ” ฉันดีใจอย่างแรง..ฉันคิดถึงเธอจริงๆ ” เธอบอกว่าแม้สำเนียงพูดก็เป็นคนใต้โดยแท้ทีเดียว พูดครั้งใดก็กอดอรวรรณทุกครั้งเมื่อจบประโยค
  • อรวรรณสะดุ้งตื่นจากฝันกลางดึก รู้ตัวว่านอนอยู่ในโรงแรม ไม่รู้สึกกลัว แต่เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ใกล้เคียงความกลัว แต่ดูอิ่มใจจากในฝันมากกว่าแน่นอน 
  • อิ่มใจราวได้พบเพื่อนที่พลัดพรากกันมานานนับ เธอพลิกตัว แล้วเอื้อมมือกอดแม่ หลับตา สวดมนต์ในใจ ภาวนาขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง 
  • เมื่อเคลิ้มใกล้หลับ ภาพหน้าเพื่อนตาคมคนนี้ก็แจ่มชัดขึ้นในความมืดอีกครั้ง อรวรรณจำได้ติดตา รอยยิ้มที่ดูนิ่งสงบ กับนัยน์ตาคมดูลึกลับคู่นั้น เธอคือใคร?

ตอน 3 ภพชาติ…
  • รุ่งเช้า อรวรรณตื่นสายนิดหน่อย แม่อาบน้ำเสร็จแล้ว น้องชายกับพ่อยังหลับสนิท อรวรรณทบทวนเรื่องราวที่ฝันเมื่อคืนอีกครั้ง 
  • เพื่อนนันย์ตาคมผิวคล้ำที่กอดเธอหลายครั้ง ในฝันเรียกชื่อเธอว่าเอมอร ช่างตรงกับชื่อเล่นในภพนี้ของเธอที่แม่ตั้งให้ว่าอร อรวรรณ หรืออรในชาตินี้ ภพนี้ 
  • ช่างพ้องและตรงกับ เอมอรในฝันยิ่งนัก แต่แปลกใจว่าทำไมถึงฝันเห็นเพื่อนคนนี้แจ่มชัดกว่าคนอื่น ในใจให้สงสัยและใคร่รู้เหลือเกิน
  • วันนี้พ่อจะพาทุกคนนั่งรถไปเที่ยวรอบเมือง ดูทัศนียภาพรอบๆ ตัวเมืองสงขลา ทั้งทะเล ภูเขา ตึกเก่าในเมือง และเที่ยวตลาด เพื่อหาอาหารพื้นเมืองกิน มาปักษ์ใต้ทั้งที ต้องกินอาหารใต้แท้ๆ ให้รู้รสชาติกันสักครั้ง
  • อรวรรณมีความสุขกับตลาดและอาหารอร่อยๆ จนถึงช่วงบ่ายที่พ่อพาขึ้นรถประจำทาง เพื่อนั่งรถรอบเมืองเพื่อชมตึกรามบ้านช่องของสงขลา 
  • ขณะรถวิ่งไปได้สักพัก อรวรรณมองเห็นวัดวัดหนึ่งในตัวเมืองสงขลา คือวัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร อรวรรณคลับคล้ายคลับคราว่า นี่เหมือนวัดที่เธอเคยอยู่ในฝันที่เธอกับเพื่อนๆ มาวิ่งเล่นกันเหลือเกิน 
  • อรวรรณรีบบอกพ่อและแม่ว่า อยากแวะเข้าวัดนี้เพื่อไหว้พระ เธอมีทีท่าลุกลี้ลุกลนและดูสนใจมากเป็นพิเศษ พ่อและแม่เห็นว่าลูกมีความสนใจก็ไม่ขัด เห็นดีเห็นงามที่ลูกอยากเข้าวัด จึงพากันลงจากรถโดยสารแล้วเดินไปยังวัดนี้ทันที…
  • วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร…!!!!! เป็นวัดในสงขลาที่มีความสวยงามยิ่งนัก เมื่อเธอเดินเข้าวัด ก็ให้เกิดความรู้สึกประหลาดใจเหลือเกิน 
  • ขนที่แขนทั้ง 2 ข้างของเธอลุกชันตลอดเวลา เดินผ่านส่วนไหนของวัด ภาพในความฝันที่เคยฝันว่าวิ่งเล่นในงานวัดกับเพื่อนๆ ก็เหมือนจะมาทาบประกบกับความจริงในขณะนี้เวลานี้เสียทีเดียว
  • เธอเดินไปทุกที่ในวัด ราวกับว่ามาเยือนเป็นครั้งที่สิบเข้าไปแล้ว พ่อพาเธอเดินเข้าไปในวัดแบบบคนที่ไม่รู้จักวัดนี้มาก่อน จะไปทางซ้ายหรือขวา ก็ดูไม่มั่นใจ เหมือนนักท่องเที่ยวที่ขาดไกด์นำทาง
  • ” พ่อคะ…ตามหนูมา มาทางนี้ค่ะพ่อ ” อรวรรณจูงมือพ่อและครอบครัวเดินเข้าวัดราวกับเคยมาที่นี้แล้วสักสิบครั้ง “วัดนี้มีโบสถ์ มีพระประธาน รูปปั้นจีนแบบตัวละครในเรื่องสามก๊ก และยังมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมของโบราณอันล้ำค่าของสงขลาและภาคใต้ไว้หลายชิ้น และมีเก๋งจีนตรงด้านหลังด้วยนะคะ”
  • เธอพูดรัว เร็ว พ่อและแม่หันมามองหน้ากั นว่าลูกสาวไปเอาข้อมูลนี้มาจากไหน และรู้ได้อย่างไรว่าวัดนี้มีอะไรบ้าง ? 
  • เธอพาครอบครัวเดินไปพบสถานที่ต่างๆ ภายในวัดได้คล่องแคล่ว และมั่นใจจนพ่อกับแม่รู้สึกสงสัยว่าเธอรู้ได้อย่างไร?
  • ” อร…ลูกไปเอาข้อมูลมาจากไหนเนี่ย ?” พ่อถามเธอ
  • ” หนูไม่ทราบค่ะ…หนูรู้สึกอย่างนี้จริงๆค่ะ” อรวรรณก็บอกไม่ถูกเช่นกันว่าเธอบอกถูกได้อย่างไร เธอบอกตามที่เคยเห็นในฝัน แค่นี้เอง 
  • เธอและครอบครัวได้เห็นพระอุโบสถ ซึ่งมีรูปทรงคล้ายกับวัดพระแก้วมรกตในกรุงเทพฯ ภาพจำหลักหินรูปปั้นจีน 3 ก๊ก ก็เหมือน รูปปั้นที่วัดอรุณฯ ที่กรุงเทพฯเช่นกัน เก๋งจีนก็เป็นแบบที่เราเคยเห็นในวัดจีนทั่วๆไป 
  • แต่สิ่งที่เธอประหลาดใจมากก็คือเมื่อเข้าไปกราบพระประธาน เธอรู้สึกคุ้นเคยกับพระองค์นี้ ราวกับเคยมากราบบ่อยครั้ง ใช่! เธอมากราบกับเพื่อนๆ พวกนั้นเมื่อคราวงานวัดนั่นเอง…..
  • เดินเข้าโบสถ์ไปชมจิตรกรรมฝาผนัง ก็แสนจะตื่นตาตื่นใจ ภาพบนฝาผนังในฝันดูจะสดและชัดกว่าที่กำลังยืนดูในขณะนี้ นี่มันค่อนข้างเก่า สีจางไปบ้างแล้ว ลายเส้นก็ไม่เด่นชัดเหมือนในฝันเมื่อนานมา 
  • หากยังคงเรื่องราวและร่องรอยของรูปเดิมอยู่ อรวรรณแหงนซ้าย-ขวาสังเกตุสิ่งรอบข้างในวัดด้วยความตื่นเต้นจนหัวใจแทบหลุดออกมา 
  • นี่เราเจอภาพเพื่อนๆ ในฝันมาครั้งหนึ่งที่ร้านถ่ายรูปในตัวจังหวัดไปแล้ว ตอนนี้เรามาพบวัดในฝันอีกแล้วหรือ? มันเป็นไปได้อย่างไร? ความสงสัยในใจเธอมันล้นเอ่อเกินจะเอ่ยกับใคร
  • พ่อ,แม่,น้องชายและเธอซื้อดอกไม้ เพื่อกราบขอพรพระประธานให้เกิดสิริมงคลกับชีวิต เธอนั่งพับเพียบ หลับตาประนมมือหน้าพระประธาน นิ่งสงบ เธอมิได้ขอพรสิ่งใด หากรู้สึกมีสมาธิลึกอยู่ในใจ ค่อยๆก้มลงกราบพระ
  • ในความมืดขณะหลับตาก้มกราบพระ พลัน…!!! มองเห็นเพื่อนนัยน์ตาคมเข้มผู้นั้นลอยมาเต็มตา….!!!!!!! เธอใส่เสื้อแขนสั้นสีขาวเรียบๆ ผ้าถุงสีครีมยาวคร่อมเท้าแบบชาวบ้านทั่วไปเหมือนเมื่อคืนในความฝัน 
  • อรวรรณเบิกตาโพรง….!!!!!! รีบชันตัวขึ้นจากกราบพระ เห็นเพื่อนผู้นั้นยืนอยู่ที่ประตูที่หน้าโบสถ์ เธอยิ้มให้อรวรรณอย่างตั้งใจ
  • อรวรรณรีบหันไปมองที่ประตูโบสถ์ทันที ว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใดหรือผู้ใดยืนที่นั่น แม่สะกิดอรวรรณที่กำลังหันรีหันขวาง
  • ” เป็นอะไรล่ะอร? กราบพระได้ครั้งเดียวก็รีบถลันตัวลุกขึ้นนั่งเลยล่ะลูก? ” แม่กระซิบถามอรวรรณ พ่อกับน้องก็หันมามองเธอ
  • ” เปล่าค่ะแม่…” อรวรรณตั้งสตินิ่ง ค่อยๆก้มลงกราบพระประธานอีกครั้ง
  • เมื่อหลับตาก้มตัวลงกราบอีกครั้ง เพื่อนนัยน์ตาคมผู้นั้น ก็ยังคงยืนยิ้มให้เธออยู่เช่นเดิม ขนตรงแขนของอรวรรณลุกชันอีกครั้ง !!!!!
  • ตั้งใจก้มลงกราบครั้งที่ 3 เพื่อนคนเดิมยังคงยิ้มให้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ครั้งสุดท้าย เห็นเพื่อนคนนี้ยืนอยู่ที่หน้าเจดีย์รูปทรงจีนเป็นชั้นๆ หลายชั้นด้านหลังโบสถ์ เมื่อก้าวข้ามประตูโบสถ์ออกมา ลมพัดมาวูบหนึ่ง ขนที่แขนลุกขึ้นอีกครั้ง
  • ” แม่…เหมือนหนูได้เคยมาที่วัดนี้มาก่อนเลยนะ” อรวรรณกระซิบบอกแม่
  • ” อืม…หนูคงทำบุญเอาไว้เยอะล่ะลูก การทำบุญมาก บุญจะส่งผลให้เราได้พบในสิ่งที่เราต้องการสักวันนะ แม่เชื่อ ” แม่ตอบแบบไม่ขัดความรู้สึกเชื่อของอรวรรณที่มีต่อวัดแห่งนี้ 
  • พ่อก็ดูมีสีหน้าแปลกๆ สนใจที่อรวรรรพูดประโยคนี้ อรวรรณหันมองภายในวัดอีกครั้ง ก่อนหันกลับไปขึ้นรถโดยสารกลับโรงแรม
  • ” อร….หลบมาเหรยนะ…” (กลับมาอีกนะ) เธอได้ยินเสียงใครสักคนพูดใกล้ๆ หูเธอก่อนเดินออกจากวัด เธอจำได้ถนัด เสียงนี้คือเสียงเดียวกับเพื่อนที่ยืนอยู่หน้าประตูโบสถ์ที่เคยพูดกับเธอในฝันว่า
  • “อร…ฉันดีใจอย่างแรง ฉันคิดถึงเธอ….” ขนที่แขนของอรวรรณตั้งชันอีกครั้ง

ตอน 4 ภพชาติ…
  • ออกจากวัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร พ่อพาเธอกับน้องชายไปเที่ยวแหลมสมิหรา ทะเลสาปสงขลา ได้ลงเล่นน้ำทะเลกับน้องอีกครั้ง วิ่งไล่กับน้องที่ริมหาด แวะถ่ายรูปกับนางเงือก ที่นั่งสางผมริมหาดแห่งนี้มานานนับชั่วอายุคนแล้ว
  • อิ่มเอมกับอาหารทะเลร้านใกล้ๆ จนเย็นย่ำจึงเดินกลับโรงแรม คืนนี้เป็นคืนที่ 3 ที่อรวรรณพักในสงขลา พรุ่งนี้ต้องกลับกรุงเทพฯ ในช่วงเย็นแล้ว….
  • วันนี้เป็นวันพระ เธอได้กราบพระประธาน และเยี่ยมชมความสวยงามรอบๆ วัดอย่างเต็มอิ่ม แม่แวะซื้อดอกไม้ก่อนเข้าโรงแรม เพื่อไหว้พระก่อนนอน 
  • คืนนี้อรวรรณมีพวงมาลัยมะลิพวงย่อมๆ ไว้กราบพระก่อนนอน เธอขอนอนกับแม่เหมือนเดิม พ่อกับน้องหลับไปก่อนแล้ว เธอกราบขอพรพระและเจ้าที่เจ้าทาง ภาวนาให้ช่วยปกปักรักษาให้หลับฝันดีและดูแลครอบครัวเธอให้มีสุขภาพดี เธอวางพวงมาลัยไว้ข้างหมอน แล้วหันหน้าไปพูดกับแม่
  • ” แม่….ที่หนูเคยบอกแม่ว่าหนูฝันเห็นเพื่อนๆ ในฝันหลายคนเป็นเวลาหลายครั้ง แม่เคยจำเรื่องนี้ได้มั้ย? ”
  • ” ได้สิลูก….ทำไมเหรอ?” แม่ถาม
  • “แม่…ตอนนี้หนูโตแล้ว หนูไม่ได้ฝันหรือจินตนาการเหมือนตอนเล็กๆ นะ หนูมีสติสัมปชัญญะดี หนูมีเรื่องอยากบอกแม่ค่ะ ” อรวรรณพูดกับแม่ด้วยความตั้งใจ
  • “เรื่องอะไรล่ะลูก?” สายตาแม่จ้องลูกสาวด้วยความสนใจ
  • ” แม่คะ….หนูอยากบอกแม่ว่า รูปที่ร้านถ่ายรูปเก่าๆ ร้านนั้น เด็กๆ ทุกคนในรูปนั้น คือเพื่อนที่อยู่ในฝันของหนูจริงๆ หนูจำหน้าเด็กๆ เหล่านั้นได้ดีค่ะ 
  • แม่จำเรื่องที่หนูเคยเล่ามาก่อนหน้านี้ได้มั้ยคะ เรื่องที่หนูฝันซ้ำๆ ว่าหนูได้พบเพื่อนหลายคนบ่อยๆ นี่ล่ะคะ เพื่อนในฝันของหนูก็คือคนที่อยู่ในรูปที่ร้านนั้นจริงๆ และหนูก็ตกใจมากที่คนที่นั่งริมซ้ายสุดก็มีหน้าตาเหมือนกับหนู 
  • พ่อกับแม่คงนึกว่าบังเอิญ แต่หนูรู้ดีว่าไม่ใช่ เวลาหนูฝัน หนูก็จะใส่ชุดเดียวกับในรูปนั้นเลยคะแม่ วันนี้ที่เรานั่งรถผ่านวัดมัชฌิมาวาสฯ แล้วหนูนึกอยากลงไปในวัด 
  • เมื่อเข้าวัดแล้วหนูพาพ่อกับแม่เดินไปรอบๆ วัดและเหมือนรู้ว่าสิ่งใดอยู่ส่วนไหนของวัด แม่ไม่แปลกใจเหรอคะ? ว่าหนูรู้ได้อย่างไร?
  • หนูเคยไปวัดนั้นในฝันกับเพื่อนๆ บ่อยนะคะ หนูพอจะจำได้ แม่คิดว่าหนูจินตนาการหรือคะ? “
  • อรวรรณอธิบายให้แม่ฟังเป็นเรื่องราว ปะติดปะต่อกันด้วยความตั้งใจ แม่จ้องตาเธอไม่กระพริบ ตาแม่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ท่าทีของแม่ให้ความสนใจปนสนเท่ ที่ลูกสาวเล่าเรื่องได้อย่างน่าเชื่อถือ
  • ” เล่าต่อสิลูก เล่าอย่างที่ลูกเห็นมาให้หมด แม่พูดเสียงรัวขึ้น
  • ” เล่าเลยลูก แม่เชื่อว่าลูกโตแล้ว ลูกไม่โหกแม่แน่ๆ เล่าสิลูก แม่ขนลุกไปหมดแล้ว ”
  • อรวรรณเล่าเรื่องที่เธอฝันให้แม่ฟังทั้งหมดเป็นฉากๆ เรียงลำดับมาตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้ เพื่อนคนไหน พูดกับเธออย่างไร เหตุการณ์เป็นจริงเพียงใด เธอฝันเช่นไร 
  • ณ ตอนนี้ดูเหมือนแม่จะให้ความสำคัญ และรับฟังเธอเล่าเรื่องอย่างเชื่อใจ ว่าได้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกับลูกสาวบ้าง
  • ” แม่ขอโทษนะลูกที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา แม่ไม่เชื่อว่าลูกกำลังเจออยุ่กับสิ่งใด แต่ต่อไปนี้เราจะแก้ไขเรื่องนี้และทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุดนะลูก 
  • เราต้องไปกราบขอพรพระ และทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้เพื่อนๆ เหล่านั้นของลูกนะ แล้วแม่ก็ให้อรวรรณสวดมนต์ แผ่เมตตา และสวดคาถาชินบัญชรแบบสั้นอีกบทหนึ่ง
  • ” แม่คะ…เพื่อนๆ หนูเค้ามาดีนะคะ ไม่ต้องไปไล่เค้านะ ” อรวรรณกระซิบแม่
  • ” อืม…นอนเถอะลูก” แม่พูดเสียงเบา….จนแทบไม่ได้ยิน
  • คืนนี้แม่ไม่ปิดไฟหมดห้อง เปิดไฟห้องน้ำและหรี่ไฟโป๊ะที่หัวเตียง ให้พอมีแสงสว่างอยู่รำไรบ้าง ไม่รู้ว่าเธอกับแม่นอนหลับไปนานเท่าไหร่ 
  • แต่กลิ่นมะลิหอมจากพวงมาลัยข้างหมอนของเธอ อวนกลิ่นหอมไปทั่วห้อง จนราวตีสองที่ทุกคนหลับสนิท ไฟโป๊ะหัวเตียงเธอเกิดดับๆ ติดๆ สลับกันไปอยู่สักครู่ 
  • อรวรรณสะดุ้งตัว ลืมตาขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เหมือนคนครึ่งหลับครึ่งตื่น เธอลืมตาในความงัวเงีย มองเห็นร่างเด็กผู้หญิงรูปร่างผอมบางแขนยาว นั่งอยู่ที่ปลายตีนเตียงของเธอกับแม่
  • อรวรรณยกมือขึ้นขยี้ตา มองที่ปลายตีนเตียงอีกครั้ง ใช่จริงๆ เสียด้วย เพื่อนนัยน์ตาคมคนที่มากอดเธอเมื่อคืนที่ผ่านมา และเป็นคนเดียวกับที่เธอเห็นที่หน้าประตูโบสถ์วันนี้นี่เอง

  • (ต่อไปนี้เป็นการสนทนาของอมรศรีกับอรวรรณ ที่อมรศรีใช้สำเนียงและภาษาใต้ แต่ขอแปลเป็นภาษากลางเพื่อความเข้าใจโดยง่าย )
  • “เอมอร ฉันมาหาเธอ ขอบใจนะที่เธอกับแม่สวดมนต์ให้ฉัน ผลกรรมดีที่เธอทำมาได้ช่วยดลให้ฉันมาหาเธอได้ง่ายขึ้น”
  • “ฉันรอเธอมานานมากแล้ว คนอื่นเค้าไม่อยุ่กันหมดแล้ว เหลือแต่ฉันคนเดียว ที่คอยเธอ เพื่ออีบอกบางสิ่งที่เธอไม่รู้ ลุกขึ้นมานั่งคุยกับฉันตะเอมอร” 
  • เพื่อนนัยน์ตาคมพูดสำเนียงใต้ด้วยรอยยิ้มที่เยือกเย็นราวน้ำแข็ง อรวรรณเหมือนถูกมนต์สะกด เธอค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างช้าๆ แม่นอนหลับอยู่ข้างเธอ แต่หลับสนิทจนไม่รู้ว่า มีแขกยามวิกาลเข้ามาหาลูกสาวของเธอถึงในห้องเสียแล้ว
  • ” เอมอร ฉันชื่ออมรศรีนะ เราเป็นเพื่อนที่รักกันมากที่สุด แต่ก็มีอีกคนหนึ่งที่รักเธอ มากกว่าที่ฉันรักเธอ “บัวคลี่” เธอเป็นรุ่นน้องเรา 2 ปี แต่มาอยู่ในกลุ่มของพวกเราจนเหมือนเป็นเพื่อนเสียแล้วนิ 
  • บัวคลี่คือคนในรุปถ่ายที่นั่งติดกับเธอ เธอจำบัวคลี่ได้หม้าย? ฉันอีมาบอกเธอว่าเธอได้เคยสัญญากับบัวคลี่เอาไว้ตั้งแต่วันนั้น จนวันนี้เธอยังไม่ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับบัวคลี่นะ”
  • ” สัญญาอะไร? ” อรวรรณถามกลับด้วยความสงสัย….

……….. (จบตอน 4)………….

โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม

โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม